นักวิจัยเตือน กลุ่มคนที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วตัวแดง เสี่ยงต่อโรคมากกว่าปกติ !

โดย Kyung Hwan Cho ประธานกลุ่มนักวิจัยจาก Korean Academy of Family Medicine กล่าวว่า ในยีนของชาวเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นชาวจีน ชาวเกาหลี ชาวญี่ปุ่น หรือแม้แต่ชาวไทย มีความแตกต่างจากชาวยุโรป โดยบางคนอาจมีเอนไซม์ aldehyde dehydrogenase 2 (ALDH2) บกพร่อง ทำให้ร่างกายไม่ตอบสนองต่อสารอะซีทอลดีไฮด์ (acetaldehyde) ที่ได้จากการกระบวนการเผาผลาญเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลให้สารนี้ตกค้างอยู่ในร่างกาย และอาจกลายเป็นสารกระตุ้นโรคมะเร็งหลอดอาหารได้ในที่สุด

ทั้งนี้ศาสตราจารย์ Philip J. Brooks หัวหน้าทีมวิจัยจาก National Institute on Alcohol Abuse and Alcoholism (NIAAA) ได้อธิบายว่า เอนไซม์ ALDH2 มีความสำคัญสำหรับร่างกายนักดื่มแอลกอฮอล์เป็นอย่างมาก เพราะเอนไซม์ตัวนี้จะช่วยเปลี่ยนสารก่อมะเร็งอย่างสารอะซีทอลดีไฮด์ (acetaldehyde) ให้กลายเป็นสารที่หมดพิษร้าย และช่วยขับเคลื่อนกระบวนการในร่างกายให้ขับสารตัวนี้ออกไปตามปกติ

ทว่าหากร่างกายมีเอนไซม์ ALDH2 บกพร่อง ก็อาจทำให้ความดันเลือดสูงขึ้นจากการสะสมของสารอะซีทอลดีไฮด์ ก่อให้เกิดอาการหน้าแดง ตัวแดง คลื่นไส้ หัวใจเต้นเร็ว หายใจไม่ทัน หรือบางคนอาจเป็นคนที่คออ่อนกว่าปกติ ดื่มเหล้าไปไม่กี่แก้วก็หน้าแดง แถมยังเมาง่าย ซึ่งกลุ่มคนที่มีอาการใดอาการหนึ่งดังกล่าว อาจแปลได้ว่าคุณกำลังเสี่ยงต่อโรคมะเร็งหลอดอาหารมากกว่าคนที่ดื่มเหล้าแล้วไม่มีอาการตัวแดงประมาณ​ 6-10 เท่า และเสี่ยงเป็นมะเร็งหลอดอาหารมากกว่าคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลยประมาณ 89 เท่าทีเดียว

นอกจากนี้นักวิจัย Jong Sung Kim จาก Chungnam National University School of Medicine ยังเผยข้อมูลว่า การดื่มเหล้าไม่เพียงแค่เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งหลอดอาหารเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจอีกต่างหาก โดยคนที่ดื่มเหล้าแล้วตัวแดงจะเสี่ยงต่อโรคเหล่านี้เพิ่มขึ้นเมื่อดื่มเหล้ามากกว่า 4 แก้วต่อสัปดาห์ ส่วนคนที่ไม่มีอาการตัวแดงหลังดื่มแอลกออฮอล์ก็มีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้นเช่นกัน ในกรณีที่ดื่มเหล้าเกิน 8 แก้วต่อสัปดาห์

แน่นอนว่านักดื่มที่แล้วตัวจะแดงหรือไม่แดงยังก็มีความเสี่ยงสุขภาพไม่แพ้กัน เพราะฉนั้นลดการดื่มน่าจะดีสุขภาพที่สุด