จัดการปัญหาสุขภาพ ต้านอาการไข้หวัดอย่างได้ผล ด้วยอาหาร 9 ชนิดนี้

 

9 อาหาร ของดีในครัวไทย ไม่เพียงแต่ให้ความอร่อยมีชีวิตชีวาในการกินเท่านั้นคะ แต่ยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วยหากใครที่กำลังไม่สบายลองหาอาหารเหล่านี้มาทานดูนะคะ ตามมาดูเลยดีกว่าค่ะมีอะไรบ้าง

1. ฟักทอง

ฟักทองอุดมไปด้วยวิตามิน A, C และ E รวมทั้งแคลเซียม สังกะสี โพแทสเซียม และฟอสฟอรัส จึงเป็นอาหารที่จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงมากพอจะต่อสู้กับเชื้อหวัดที่ก่อให้เกิดน้ำมูก และเสมหะได้อีกทาง

นอกจากนี้ยังแนะนำให้กินเมล็ดฟักทองเพื่อกำจัดน้ำมูกด้วย เนื่องจากในเมล็ดฟักทองมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีสรรพคุณในการต้านการอักเสบในร่างกาย อีกทั้งเมล็ดฟักทองยังมีสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่น ๆ อีกมากมายที่พร้อมจะไฟท์กับอาการอักเสบต่าง ๆ ด้วยนะคะ

2. ขิง

สมุนไพรที่มีรสร้อนอย่างขิงจะช่วยเคลียร์ช่องทางเดินหายใจของเราให้โล่งขึ้น อีกทั้งขิงยังมีสารจิงเกอร์รอล ที่จะช่วยต่อสู้กับเชื้อไวรัสโรคหวัดและอาการไข้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะสารชนิดนี้ในขิงมีฤทธิ์รุนแรงกว่าแอสไพรินซะอีก นอกจากนี้ขิงยังพ่วงสรรพคุณต้านการอักเสบที่เกิดขึ้นในร่างกายเราได้ด้วยนะคะ

3. น้ำผึ้ง

ทราบไหมคะว่าน้ำผึ้งแท้ 100% จะอุดมไปด้วยคุณประโยชน์นานัปการ ทั้งสรรพคุณในการต้านการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ และสารฟลาโวนอยด์ที่จะช่วยลดทั้งอาการไข้ อาการภูมิแพ้ น้ำมูกไหล หรือแม้กระทั่งจะใช้น้ำผึ้งในการรักษาบาดแผลติดเชื้อไม่รุนแรงก็ยังได้

4. หัวหอม

แค่เราดมหัวหอมยังช่วยแก้อาการคัดจมูกได้ง่าย ๆ นับประสาอะไรกับการกินหัวหอมสด ๆ ที่จะได้รับสารอาหารจากหัวหอมอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน C, B6, B1, K, ไบโอติน, โครเมียม, แคลเซียม, และกรดฟอสฟอริกตัวจี๊ด (กรดที่ทำให้เราน้ำตาไหลตอนหั่นหัวหอม) ที่มีสรรพคุณช่วยชะล้างแบคทีเรียและฆ่าเชื้อโรคที่มีอยู่ในเลือด ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดสะอาดขึ้น อาการป่วยก็จะบรรเทาลงตามลำดับ

5. กระเทียม

นอกจากหอมแล้วกระเทียมก็เป็นสมุนไพรที่มีดีในการต้านหวัด ขับเสมหะ ด้วยสรรพคุณที่ช่วยต้านการอักเสบ ทั้งในกระเทียมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ค่อนข้างสูง โดยเราสามารถบรรเทาอาการหวัด น้ำมูกไหล และขับเสมหะด้วยกระเทียมอย่างง่าย ๆ ด้วยการหั่นกระเทียมเป็นแว่น แช่ในน้ำร้อนประมาณ 2-3 นาที แล้วกรองเอากากออก จิบเป็นชากระเทียมอุ่น ๆ ก็ดี หรือถ้าทนกลิ่นไม่ไหว จะเติมน้ำผึ้งหรือน้ำขิงเข้าไปสักหน่อยก็ได้จ้า

6. พริก

เห็นมีแต่รสเผ็ดอย่างนั้นแต่จริง ๆ แล้วสารอาหารในพริกก็เด็ดไม่แพ้ความเผ็ดเลยค่ะ เพราะนอกจากพริกจะมีวิตามิน C แล้ว ความเผ็ดร้อนที่เกิดจากสารแคปไซซินของพริกยังช่วยบรรเทาอาการหวัด ขับเสมหะ และลดน้ำมูกได้สบาย ๆ ใครที่กินเผ็ดได้ก็จัดไปอย่าให้เสีย

7. ชาคาโมมายล์

สารเด่น ๆ ในชาคาโมมายล์ที่ช่วยลดการอักเสบ ขับเสมหะ และลดน้ำมูกได้ ก็คือสารเอพิจีนีน ซึ่งเป็นสารฟลาโวนอยด์ชนิดที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบในร่างกายได้ นอกจากนี้ในชาคาโมมายล์ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระด้วยนะคะ ยิ่งหากได้ดื่มชาคาโมมายล์อุ่น ๆ ในตอนที่เป็นหวัด ก็คงจะโล่งลำคอโล่งจมูกน่าดูเลยทีเดียว

8. ชาพริกไทยดำผสมน้ำผึ้ง

พริกไทยดำมีรสเผ็ดร้อนจึงสามารถละลายเสมหะที่ติดอยู่ใ­­นลำคอ เคลียร์ให้ทางเดินหายใจสะดวกขึ้นได้ ส่วนน้ำผึ้งก็มีสรรพคุณคล้ายยาปฏิชีวนะจากธรรมชาติ กำจัดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้อย่างหมดจด ดังนั้นเพียงแค่ดื่มชาพริกไทยดำผสมน้ำผึ้งอุ่น ๆ สักแก้ว อาการไอแถมเสมหะของเราก็จะเบาบางลงได้แล้วล่ะ

9. สับปะรด

นอกจากจะอุดมไปด้วยวิตามิน C ที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้ภูมิคุ้มกันได้แล้ว ความจี๊ดของสับปะรดก็อยู่ที่เอนไซม์บรอมีเลนซึ่งจะช่วยยับยั้งอาการอักเสบ ช่วยกำจัดเสมหะได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อภูมิคุ้มกันมีตัวช่วยเพิ่มขึ้น อาการอักเสบลดลง ปริมาณน้ำมูกก็จะค่อย ๆ ลดลงไปด้วยนั่นเอง

ถ้าารู้ตัวว่าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ติดหวัด เป็นหวัดง่าย หรือกำลังจะเป็นหวัดอย่าลืมนำอาหาร 9 ชนิดนี้มาเป็นตัวเลือกดูนะคะ แต่ถ้าหากเป็นแล้ว นอกจากพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว ควรดื่มน้ำอุ่น กินอาหารให้ครบคุณค่า คืออาหารประเภทผัก ผลไม้ อาหารประเภทมีเส้นใย เพื่อไม่ให้ท้องผูก คือต้องให้ขับถ่ายปกติ ถ้าท้องผูกจะทำให้อาการหวัดเพิ่มขึ้นได้ค่ะ