เผยผลวิจัยเผย เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้ด้วยการดื่มไวน์แดง ! และประโยชน์ของไวน์แดงอีกเพียบ

แพทย์ที่มีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้ ได้ทำการสำรวจผู้หญิงจำนวน 135 คน ที่มีอายุระหว่าง 18 – 44 ปี โดยแต่ละคนจะมีการจดบันทึกปริมาณการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละเดือน จากนั้นนักวิทยาศาสตร์จะทำอัลตราซาวนด์ร่างกายของผู้หญิงกลุ่มนี้ เพื่อประเมินจำนวนของไข่ที่สามารถเจริญเติบโตได้ และพบว่าผู้หญิงที่ดื่มไวน์แดงเป็นประจำจะมีปริมาณไข่สำรองในรังไข่มากกว่า โดยไม่เกี่ยวกับปัจจัยอย่างอายุและรายได้

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่าการดื่มไวน์เพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้ช่วยเสริมสร้างภาวะสืบพันธุ์ แต่ต้องมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ดังนั้น ทีมนักวิจัยจึงควรศึกษาต่อไปเพื่อหาข้อพิสูจน์การค้นพบครั้งนี้ อีกทั้งกลุ่มตัวอย่างยังมีน้อยเกินไปจนไม่สามารถประเมินความสำคัญของการค้นพบครั้งนี้ในเชิงสถิติได้  ดังนั้น ผู้หญิงที่ต้องการตั้งครรภ์จึงควรบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่เกิน 6 หน่วย หรือประมาณแก้วไวน์ขนาดใหญ่ 2 แก้ว ต่อสัปดาห์ก็พอ

จากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา พบว่าการดื่มไวน์แดงจะช่วยให้สาวๆ มีภาวะเจริญพันธุ์ที่ดีขึ้น และสามารถเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าน่าจะเป็นเพราะสารต้านอนุมูลอิสระเรสเวอราทรอล (resveratrol) ที่มีปริมาณสูงมากในไวน์ และเป็นโมเลกุลที่เป็นองค์ประกอบหลักในองุ่นแดง โกโก้ และบลูเบอร์รี ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์จากความเครียดทางชีวภาพ อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษานี้ไม่ได้หมายความว่าสาวๆ ที่อยากเป็นคุณแม่จะต้องดื่มไวน์แดงทุกวัน เพราะผลวิจัยดังกล่าวแค่แสดงประโยชน์ต่อภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิงที่ดื่มไวน์แดงในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ราว 5 แก้วขึ้นไปต่อเดือนเท่านั้น รวมทั้งยังเตือนว่าการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อตัวอ่อนในครรภ์

และไวน์แดงก็ยังมีประโยชน์ช่วยในเรื่องเหล่านี้อีกด้วย

1.ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
หนึ่งในผลการศึกษาส่วนใหญ่ของไวน์แดงคือการป้องกันโรคหัวใจ การศึกษาจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าไวน์แดงมีสาร Resveratrol (ที่พบในผิวหนังและเมล็ดองุ่น) ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด โดยการไปเพิ่ม HDL (“ดี” คอเลสเตอรอล) และเป็นการป้องกันไม่ให้เลือดเกาะกันเป็นก้อน เพราะฉะนั้นการดื่มไวน์แดงหนึ่งแก้ว (สำหรับผู้หญิง) หรือสองแก้ว (สำหรับผู้ชาย) จะทำให้ลดความเสี่ยงที่เกิดโรคหัวใจได้ 30-40 เปอร์เซ็นต์

2.คุณสมบัติป้องกันมะเร็ง
สาร Reservatrol เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งซึ่งพบได้ในองุ่น ผลราสเบอร์รี ถั่วลิสง และพืชอื่นๆ มีหลักฐานว่า เรสเวราทรอลลดอนุมูลอิสระและลดอัตราการเกิดมะเร็งในสัตว์ทดลอง รวมทั้งลดการเจริญเติบโตของมะเร็งในถาดเพาะ เชื้อได้ นอกจากนั้นยังลดสารเอ็นเอฟ แคปปา บี (NF kappa B) ซึ่งเป็นโปรตีนซึ่งสร้างโดยระบบภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้น อีกด้วย

3.คุณสมบัติ Anti aging
หน้าตาของผู้หญิงฝรั่งเศสมีความสวยงามเนื่องจากไวน์แดง เพราะสารต้านอนุมูลอิสระในไวน์แดงช่วยป้องกันร่างกายจากความเสียหายจากอนุมูลอิสระและจะชะลอกระบวนการชรา ไวน์แดงมีความเข้มข้นของสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่าโพลีมากกว่า เมื่อเทียบกับน้ำองุ่น งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารของห้องสมุดวิทยาศาสตร์ One (PLoS One) แสดงให้เห็นว่าการดื่มไวน์แดงอาจมีประโยชน์มากมาย เช่น การชะลอความแก่ชรา ช่วยปรับปรุงสุขภาพหัวใจ หากดื่มในปริมาณที่เหมาะสม

4.ช่วยย่อย
อาหารประเภททอด อาหารแปรรูป จะมีสาร malonaldehydes ซึ่งสารเหล่านี้อาจทำให้เกิดปัญหาทางเดินอาหารและเพิ่มความเป็นพิษของร่างกาย มีการศึกษาพบว่าการดื่มไวน์แดงกับอาหารดังกล่าวช่วยลบล้างสารเหล่านี้ในอาหารได้ถึงร้อยละ 60-70 ดังนั้นความสามารถในการช่วยการทำลายสารเหล่านี้ก็เป็นประโยชน์ในการย่อยอาหาร

5.ช่วยในการจัดการความเครียด
ไวน์แดงเป็นยากล่อมประสาทชนิดหนึ่ง และสามารถช่วยผู้ที่มีความผิดปกติทางประสาทหรือผู้ที่ประสบความวิตกกังวลต่างๆ และลดความเครียด นอกจากนี้ยังสามารถช่วยให้คุณนอนหลับดีขึ้นอีกด้วย

6.ป้องกันโรคความจำเสื่อม
นักวิจัยพบว่าไวน์แดงช่วยลดความจำเสื่อมได้ โดยสาร resveratrol ในไวน์แดง มีผลในการป้องกันการเสื่อมของสมอง แต่ไม่ได้ทำการทดสอบในมนุษย์

7.สุขภาพเหงือกและฟัน
ไวน์แดงมีคุณสมบัติต่อต้านแบคทีเรียในช่องปาก และนอกจากนี้งานวิจัย แสดงให้เห็นว่า สารโพลีฟีน เป็นสารธรรมชาติที่พบในเมล็ดองุ่นและไวน์แดงจะมีคุณสมบัติช่วยในการต้านการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียของเหงือก หรือบอกได้ว่าจะป้องกันเหงือกอักเสบนั่นเอง