ไขข้อสงสัย ?? ยา 9 ชนิด ที่กินคู่กันแล้วตายมีอะไรบ้าง…

วันนี้พามาไขข้อสงสัยกับทางเพจหมอแมว ที่ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่อง “ยา 9 ชนิด ที่กินคู่กันแล้วตายมีอะไรบ้าง” ลองมาอ่านกันดูนะคะ

ถามหมอแมวตอบ (หมอแมวเจอFacebookบังคับเปลี่ยนชื่อ ไม่ต้องงงนะครับว่าหมอนี่ใคร)


คำถาม : ยาคู่มรณะนี่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าคะหมอ
คำตอบ : งั้นมาดูทีละตัวครับ
0. ตั้งชื่อว่ายาคู่มรณะ แปลว่ากินแล้วอันตรายมากถึงตาย
ดังนั้นมาดูว่าจริงไหม

1. ยานอนหลับกับยาแก้แพ้ ?
ทั้งยานอนหลับและยาแก้แพ้มีฤทธิ์กดประสาทเหมือนกันทั้งคู่ ฤทธิ์การกดจากยาแก้แพ้ที่เสริมเข้าไปกับยานอนหลับไม่น่ามากพอที่จะทำให้นอนหลับแล้วตาย ส่วนคนตายจากการนอนหลับคือคนที่ เป็นหอบหืดถุงลมโป่งพองหรือOSAหรือกินเหล้า
ดังนั้น ข้อนี้ไม่ถึงกับจริง ถ้ากังวล ให้กังวลที่ตัวยานอนหลับเป็นหลัก

2. ยาละลายลิ่มเลือดกับน้ำมันปลา
ในทางทฤษฎี2ตัวนี้พอกินพร้อมกันจะเพิ่ม”ตัวเลข”ค่าความไม่แข็งตัวของเลือดเล็กน้อยในการทดลองวิจัย เค้าทำเรื่อง “แอสไพริน”(ยาต้านเกล็ดเลือด) กับ “น้ำมันปลา”ตัวเลขค่าการแข็งตัวของเลือดผิดปกติกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ไม่มีผลทำให้เลือดออกเพิ่มขึ้นหรือบาดเจ็บเสียชีวิตเพิ่มขึ้น
ดังนั้น ข้อนี้ไม่จริง

3. ยารักษาสิวกับวิตามินA
ยารักษาสิวมีหลายจำพวก บอกแค่นี้สั้นมาก อย่างยาปฏิชีวนะรักษาสิว กับวิตามินAก็กินได้ไม่อันตราย ถ้าจะตีความให้ใกล้เคียงที่สุดก็คือ ยาในกลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินA เช่น RetinA พวกนี้ถ้าไปกินวิตามินA วิตามินที่กินจะทำให้ยาเกิดผลข้างเคียงมากกว่าปกติ
ดังนั้นข้อนี้ไม่จริง … เพราะบอกกว้างไป

4. ยาลดความดันกับยาขยายหลอดลม
ยาลดความดันกับยาขยายหลอดลมส่วนใหญ่กินคู่กันได้ คนเป็นโรคหอบหืดบางคน อาจจะกินยาความดันบางตัวไม่ได้ เช่นยาความดันในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์
ดังนั้น ข้อนี้ไม่จริง

5. ยาขับปัสสาวะกับกาแฟ
กาแฟอาจจะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะอย่างอ่อน แต่ว่าการกินแบบนี้ไม่ได้ทำให้ตาย
ดังนั้น ข้อนี้ไม่จริง

6.ยาลดความอ้วนกับยาไทรอยด์หรือขับปัสสาวะ
ยาลดความอ้วนที่ถูกหลักการทางการแพทย์จะต้องปรับตามตัวคนไข้แต่ละคน ปัญหาในข้อนี้เกิดจาก ในบางครั้งมีการเอายาไทรอยด์หรือขับปัสสาวะมาใช้ลดความอ้วน – หรือในอาหารเสริมลดความอ้วนที่ผสมไซบูทรามีนซึ่งห้ามใช้ในคนที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษหรือใช้ยาขับปัสสาวะ
ดังนั้น ข้อนี้เอาเป็นว่าก็ตอบไว้ว่าระวังไว้แล้วกัน เพราะจริงๆต้องตอบว่าไม่จริง แต่ในทางปฏิบัติ อาหารเสริมหลายตัวในท้องตลาดที่บอกว่าลดความอ้วนไม่ผสมยา … แต่จริงๆแล้วก็ผสมกัน แล้วมาแถว่าห้ามคนเป็นไทรอยด์กิน คือจริงๆมันผสมแหละ ไม่งั้นจะห้ามกินทำไม

7.ยาฆ่าเชื้อกับส้มโอ
ส้มโอ เป็นผลไม้ตระกูลส้ม ที่มีสารในกลุ่ม Furanocoumarin สารตัวนี้ไปยุ่งกับเอนไซม์ในตับที่คอยทำงานด้านปรับเปลี่ยนโครงสร้างสารที่กินเข้าไป
ดังนั้นการกินน้ำส้มโอมากๆ หรือกินส้มโอเยอะๆ จะส่งผลทำให้ตับทำงานผิดไปจากปกติ ทำให้ยาที่กินเข้าไปมีการทำงานเปลี่ยนไปจากที่คาด
ปัญหาคือ ยาปฏิชีวนะที่ผ่าน Cytochrome P450 CYP3A4 มันมีไม่เยอะ (ไม่ต้องถามว่าจำได้ไง ผมจำไม่ได้ อันนี้เปิดหาเอา) ยากลุ่มอื่นที่ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะมากกว่า เอาเป็นว่าอยากรู้ว่ายาไหนบ้าง ไปพิมพ์อ่านเรื่อง Grapefruitห้ามกินกับยาอะไร เพราะGrapefruitเจอในต่างประเทศบ่อยกว่า แต่ส่งผลเหมือนส้มโอ

8. ยาพาราเซตามอลกับสมุนไพร
เป็นความจริงที่สมุนไพรจำนวนมากมีผลต่อตับหากกินเกินหรือติดต่อกันนานๆ แต่ถ้ากินอย่างถูกต้อง ถูกขนาด มันก็กินได้ ไม่ตาย
ทั้งนี้ไม่ควรกินยาพาราเกินวันละ 8 เม็ด ส่วนสมุนไพรให้หมอแผนไทยที่ได้รับการรับรองหรือน่าเชื่อถือเป็นผู้สั่ง อย่าซื้อกินเอง
ดังนั้นข้อนี้ไม่จริง

9. ยาบำรุงเลือดกับธาตุเหล็ก
ระดับธาตุเหล็กที่กินเวลากินคู่กันมันไม่ได้อันตรายขนาดนั้น ทั้งนี้หากกินยาบำรุงเลือดถูกต้องตามหลักวิชาการ
ดังนั้น ข้อนี้ไม่จริง

ในทั้ง 9 ข้อนี้ มี Paracetamol และยาแก้แพ้ เพียงสองชนิดเท่านั้นที่ซื้อมากินเองได้ ส่วนที่เหลือ เป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ให้ซื้อมากินเอง

ก่อนทานยาทุกครั้งควรอ่านลายละเอียดการใช้ยาให้ถี่ถ้วนทุกครั้ง และไม่ควรซื้อยากินเอง ควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง

ขอขอบคุณที่มาจาก : ความรู้สนุกๆแบบหมอแมว