อย่าคิดว่าปลอดภัย! บุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงโรคปอด โรคหัวใจไม่ต่างจากบุหรี่ธรรมดา!

วันนี้ทางทีมงานสยามเฮลส์ได้ติดตามข่าวและเรื่องราวต่างๆ เพื่อมาบอกต่อกับเพื่อนๆ จะเป็นอย่างไร มาดูกัน ศ. นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ให้ข้อมูลว่า มีงานวิจัยของ The State University of New York (SUNY) ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกด้านการวิจัยโรคมะเร็ง พบว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คนเข้าใจกัน โดยเฉพาะต่อวัยรุ่นที่สมองยังโตไม่เต็มที่ แต่สารนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าจะไปทำให้เกิดความเสียหายต่อสมองได้ ส่วนที่หลายฝ่ายเข้าใจว่า ควันบุหรี่ไฟฟ้ามีแต่ไอน้ำกับนิโคติน ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และวัยรุ่นนิยมสูบเพราะว่ามีควันเยอะดีนั้น ศ. นพ.ประกิต ชี้แจงว่า ความเข้าใจตามที่ผู้ขายกล่าวอ้างไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยควันไอน้ำจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าและที่ผู้สูบพ่นออกมาจำนวนมากนั้น นอกจากไอน้ำและนิโคตินแล้วยังมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอีกมากมาย โดยจากการตรวจสอบของกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบสารโพรพิลีน ไกลคอล เมนทอล ไซโคลเฮกซานอล ไตรอะซิติน อนุพันธ์เบนซีน ตะกั่ว และสารก่อมะเร็ง เช่น โครเมียม สารหนู และแคดเมียม

ทั้งนี้การวิจัยพบว่า ไอระเหยจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า มีขนาดอนุภาคที่เล็กมากกว่าอนุภาคในควันบุหรี่ธรรมดา ทำให้มีลักษณะเป็นควันละเอียดที่ถูกสูดเข้าสู่ปอดได้ลึกมาก อนุภาคที่เล็กมากนี้ส่วนหนึ่งจะจับกับเนื้อเยื่อปอดไม่สามารถที่จะถูกขับออกมาจากปอดได้ และส่วนหนึ่งจะถูกดูดซึมสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่าสารก่อมะเร็งที่พบในไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้าจะมีน้อยชนิดกว่าในควันบุหรี่ธรรมดา และเป็นไปได้ว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งน้อยกว่าการสูบบุหรี่ธรรมดา แต่ทว่าเมื่อทำการวิจัยในหนูทดลอง โดยให้หนูหายใจเอาไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปวันละ 1 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 5 วัน เมื่อผ่านไป 4 เดือน พบว่าเยื่อบุหลอดลมและถุงลมปอดมีการหลั่งสารเคมีที่บ่งบอกถึงการได้รับความระคายเคืองของเนื้อเยื่อ และมีการทำลายของเนื้อเยื่อปอด ซึ่งเหมือนกับการเปลี่ยนแปลงระยะแรกของโรคถุงลมโป่งพองในหนูที่ได้รับควันบุหรี่ธรรมดา (Garcia-Arcos วารสาร Thorax 24 สิงหาคม 2559)

ขณะเดียวกัน บุหรี่ไฟฟ้า ยังมีผลกระทบต่อเซลล์เยื่อบุหลอดเลือด เพราะจากงานวิจัยที่ได้ให้หนูทดลองสูดควันไอน้ำบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปเพียง 10 ครั้ง ก็สามารถตรวจพบเซลล์เยื่อบุหลอดเลือดที่ตายและหลุดลอยอยู่ในกระแสเลือดเป็นจำนวนมาก (L.Antonie Wiz วารสาร Atherosclerosis 2016) เช่นเดียวกับการตรวจพบในเลือดคนที่สูบบุหรี่ธรรมดา ขณะที่การวัดความยืดหยุ่นของหลอดเลือดก็พบว่าลดลงหลังการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว