เด็ก ป.1 โกหกเพื่อนว่า “พ่อเป็นเจ้าของกิจการ ขับรถเบนซ์หรู” ทั้งที่จริงเป็น “คนส่งแก๊ส” พอถึงวันประชุมผู้ปกครอง กลับเกิดเรื่อง!

วันนี้ทางทีมงานสยามเฮลส์ได้ติดตามข่าวและเรื่องราวต่างๆ เพื่อมาบอกต่อกับเพื่อนๆ จะเป็นอย่างไร มาดูกัน เป็นเรื่องราวที่ถูกแชร์ต่อกันเป็นวงกว้างและได้รับความสนใจอย่างมาก กับเรื่องราวของ “เด็กชายป.1” ที่ไปอวดขี้โม้กับเพื่อนว่าพ่อเป็นเจ้าของกิจการ ขับรถเบนซ์ ทั้งที่ความจริงพ่อของเขาเป็น “คนขับรถส่งแก๊ส” จนเมื่อวันประชุมผู้ปกครองมาถึง พ่อของเด็กชายก็รับปากจะไปโรงเรียนกับลูกทันที ทำให้เพื่อนๆต่างตั้งความหวังอยากจะเห็นพ่อของเด็กชายกันทั้งนั้น เด็กน้อยมีความกังวลว่าความลับอาจจะต้องถูกเผยซะแล้ว ว่าพ่อของเขาไม่ใช่คนรวยอะไร แต่แล้วสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ? เพราะแทนที่จะโป๊ะแตกว่าแท้จริงไม่ใช่เจ้าของกิจการ แต่เป็นคนส่งแก๊ส พ่อของเขากลับใช้วิธีนี้ ที่ทำให้ลูกชายได้หน้าอย่างมาก … ??

โดยเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเด็กชายวัย 7 ขวบ กำลังเรียนชั้นป.1 เป็นการเปิดเรียนและเริ่มทำความรู้จักเพื่อนใหม่ และเพราะความอยากเป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ เด็กชายจึงโกหกเพื่อนว่า ตนเองโชคดีมากที่เกิดในครอบครัวมีอันจะกิน พ่อเป็นเจ้าของกิจการ ขับรถเบนซ์ ซึ่งจริงๆไม่ใช่อย่างนั้น พ่อของเขาทำงานหนักเหงื่อท่วมตัวเป็นคนแบกถังแก๊ส

เด็กชายรู้สึกหวาดระแวงอย่างมาก ที่ต้องโกหกออกไปแบบนั้น แต่เพื่อนๆของเขากลับรู้สึกประหลาดใจและพากันอิจฉาเขาอย่างมาก ต่อมาทางโรงเรียนได้แจ้งพ่อเด็กชายว่า อาทิตย์หน้าจะมีการประชุมผู้ปกครอง ทำให้เพื่อนๆของเด็กชายอย่าจะเจอพ่อของเขา และรอวันประชุมผู้ปกครองอย่างใจจดใจจ่อ

เมื่อกลับถึงบ้านเด็กชายได้นำเรื่องที่เขาโกหกเพื่อนเล่าให้พ่อฟัง แต่พ่อกลับหัวเราะไม่ด่าเขา และพูดว่า “พ่อต้องไปประชุมอยู่ดีนะ เพราะพ่อไม่อยากไปทำงาน อยากขอลาหยุด 1 วัน” ในใจพ่อก็ได้แต่คิด หรือคราวนี้จะถึงเวลาที่ความลับจะแตกแล้วจริงๆ เขารู้ว่าการพูดโกหกเป็นสิ่งไม่ดี แต่ในเมื่อลูกชายพูดโม้คนทั้งท้องไปแบบนั้น แล้วจะทำอย่างไร? แต่ความจริงก็คือความจริง ช้าเร็วยังไงก็ต้องรู้ความจริงสักวัน แต่คุณพ่อที่หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักลูก จึงคิดหาทางออกด้วยวิธีนี้ !?

วันประชุมผู้ปกครอง เด็กชายนั่งอยู่ในห้องด้วยสมองที่ว่างเปล่า นั่งรอพ่อมาประชุม เพราะเมื่อพ่อมาถึงทุกคนก็จะรู้ว่า เรื่องที่ตนเองพูดนั้นไม่เป็นความจริง แต่นึกไม่ถึงว่าเมื่อพ่อของเด็กชายมาถึง เขาใส่เสื้อโปโลที่พอดีตัว เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดๆทั่วตัว โกนหนวดเคราเกลี้ยงเกลา หน้าตาหมดจด ผมหวีและจัดทรงอย่างเรียบร้อย และใส่รองเท้าหนัง

แวบแรกที่เขาเห็นพ่อเดินมาก็รู้สึกตกใจเล็กน้อยปนดีใจ แต่ในใจก็ยังกลัวๆว่าเพื่อนจะถามเรื่องรถเบนซ์ แล้วความลับจะแตก หลังเลิกเรียนพ่อก็จูงมือลูกชายไปถึงหน้าโรงเรียน แล้วพ่อก็เอากุญแจออกมาไขประตูรถเบนซ์สีดำที่ทั้งใหม่และใหญ่ เด็กชายแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง นี่เขาฝันไปหรือเปล่า !!?

พ่อไม่ได้ขับรถกลับบ้าน แต่มาจอดที่ทำงานร้านแก๊สแทน เถ้าแก่ยืนยิ้มอยู่หน้าร้าน “พ่อของเธอเนี่ย ห่วงหน้าห่วงตาตัวเองมากนะ แย่หน่อยนะ” พ่อจึงตอบไปว่า “ใช่แล้ว ต้องขออภัยด้วย ที่ยืมรถนายไป” แต่เถ้าแก่กลับหัวเราะแล้วพูดว่า “ลองยกถังแก๊สถังที่เล็กที่สุดดูสิ” เมื่อเด็กชายลองไปยกดู ก็ยกไม่ขึ้นเพราะหนักมาก เถ้าแก่จึงบอกว่า “ไม่มีแรงเลย รู้ไหมพ่อของเธอยกมือเดียวก็ขึ้นแล้ว” พร้อมกับสอนเด็กชายว่า “เธอต้องตั้งใจเรียน โตมาจะได้ไปทำงานบริษัทใหญ่ๆ ไม่เรียนแบบพ่อต้องทำงานหนักและเหนื่อยมาก มีโอกาสเรียนก็ต้องตั้งใจเรียนนะ”

เวลาผ่านไปหลายปี เด็กชายเติบโตขึ้น เรียนจบปริญญา ได้ทำงานบริษัทใหญ่ วันหนึ่งเขาผ่านหน้าร้านส่งแก๊ส ทำให้นึกถึงเมื่อก่อนตอนที่พ่อเคยทำงานเป็นคนขับรถส่งแก๊ส พ่อเคยบอกว่า “พ่อชอบวันที่ฝนตกมากที่สุด เพราะคนสั่งแก๊สมีน้อย ถ้าพ่อต้องไปส่งก็จะได้โบนัสเพิ่ม” ทำให้เขาคิดได้ว่า พ่อต้องทำงานหนักเพื่อครอบครัว ทำไมตอนนั้นเขาต้องไปแคร์สายตาคนอื่นด้วย เขาเสียใจมากที่โกหกเพื่อนไปแบบนั้น

เขาได้แต่คิดว่าทำไมตอนนั้นพ่อไม่ด่าว่าอะไรเขาเลย และเมื่อนึกถึงตอนที่พ่อต้องขายรถมอเตอร์ไซค์ คันใหญ่ที่พ่อรักเพื่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว พ่อเป็นผู้ยิ่งใหญ่มาก ทำไมเขาต้องคิดว่างานที่พ่อทำนั้นมันน่าขายหน้าด้วย การที่พ่อเป็นเสาหลักครอบครัวได้นั้นเรียกว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ พ่อทำงานเป็นคนส่งแก๊ส และเพราะอาชีพนี้ทำให้เขาได้มีโอกาสเรียน มีกินมีใช้ มีหน้าที่การงานที่ดี วันนี้เขาได้รู้แล้วว่าอาชีพแต่ละอาชีพล้วนมีความสำคัญที่แตกต่างกันออกไป สำคัญว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน และเป็นอาชีพสุจริต แลกมาด้วยเหงื่อและแรงกายแรงใจ คนที่ใช้สองมือทำงานแล้วสามารถประคองครอบครัวมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ผมรักพ่อมากครับ

ที่มา:LIERK